สุดยอดเทคโนโลยีกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา

2017

ในวันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม 2017 ได้ปรากฏภาพของนาย Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ยืนอยู่บนเรือบรรทุก “USS Gerald R. Ford” มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในระดับสูง และมีราคาแพงที่สุดตั้งแต่เคยมีการสร้างเรือรบมาในประวัติศาสตร์ เรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้มีราคาสูงถึง 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 455,000 ล้านบาท โดย USS Gerald R. Ford (CVN-78) เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ ตั้งชื่อตามชื่อ Gerald R. Ford ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาคนที่ 38 โดยเขาเคยเป็นลูกเรือ USS Monterey ในชั้น Independence ที่ออกปฏิบัติการรบในสงครามมหาสมุทรแปซิฟิก ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

USS Gerald R. Ford เป็นเรือลำแรกในชั้น Gerald R. Ford มีการพัฒนามาจากเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz มีระวางขับน้ำ 100,000 ตัน สามารถบรรทุกเครื่องบินรบได้ 90 ลำ พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีซึ่งช่วยลดการสะท้อนของเรดาร์ มีการวางกระดูกงูของเรือมาตั้งแต่ปลายปี ค.ศ. 2009

เริ่มตั้งแต่การออกแบบ ได้มีการใช้โปรแกรมช่วยออกแบบ ในรูปแบบ 3 มิติ ด้วยโปรแกรม CATIA ทำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ อู่ต่อเรือ , ฝ่ายทหารเรือ รวมทั้งช่างในส่วนต่าง ๆ สามารถมองเห็นภาพได้อย่างชัดเจนขึ้นในรูปแบบ 3 มิติ ส่งผลให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม

ส่วนของโครงสร้างหอบังคับการบินและสะพานเดินเรือ ถูกปรับให้มีขนาดเล็กลง ทำให้มีพื้นที่บนดาดฟ้าบินมากขึ้น อีกทั้งตัวเรือทั้งหมดยังมีคุณสมบัติแบบ Stealth ช่วยลดการตรวจจับจากเรดาร์และอุปกรณ์ตรวจจับอื่นๆ ได้อย่างดีเยี่ยม

ในเรื่องของการนำเครื่องบินลงจอดนั้น ได้มีการติดตั้งระบบช่วยเหลือในการลงจอดของอากาศยาน โดยอาศัยข้อมูลจากระบบ GPS ทำให้มีความแม่นยำสูง โดยทางกองทัพสหรัฐฯ ยืนยันว่า ระบบนี้ใช้งานได้ทุกแห่งทั่วโลก ทุกสภาพอากาศ ตลอด 24 ชม. ไม่มีการหยุดพัก อีกทั้งยังช่วยป้องกันการรบกวน และดักจับสัญญาณ ด้วยการเข้ารหัสพร้อมปกปิดสัญญาณอีกด้วย

ทางด้านระบบช่วยลดความเร็วอากาศยานในการลงจอด อันเรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์พื้นฐานบนเรือบรรทุกเครื่องบิน ก็ได้มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยได้พัฒนาเป็นระบบ Advanced Arresting Gear ระบบนี้ประกอบด้วย มอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งต่อเข้ากับสายเคเบิ้ลซึ่งขึงตึงไว้บนดาดฟ้าเรือ เพื่อให้เครื่องบินที่ลงจอด ได้นำขอเกี่ยวท้ายเครื่องเกี่ยวเข้ากับสายเคเบิ้ล เพื่อให้มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยลดความเร็วจนเครื่องบินหยุดนิ่ง จากการปรับกระบวนการทำงานให้ประสิทธิภาพมากขึ้น ผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ จึงทำให้ลดจำนวนเที่ยวในการเคลื่อนย้ายเครื่องบินบนดาดฟ้าบินได้มากกว่าเดิม ทำให้ประสิทธิภาพในการปฏิบัติการบินของเครื่องบินเพิ่มขึ้นถึง 160 เที่ยว/ต่อวัน หรือสูงสุด 220 เที่ยว/ต่อวัน มากกว่าเรือชั้น Nimitz ซึ่งทำได้แค่ 140 เที่ยวบิน/วัน